• gpetdum

“คุ้มมั้ยถ้าคิดจะจ้าง interior” เสียค่าแบบแล้วจะได้อะไรกลับมาบ้าง?


“Interior Designer” คำนี้เป็นคำที่เรียกอาชีพของบุคคลผู้ประกอบอาชีพออกแบบตกแต่งภายในอาคารประเภทต่างๆ ตั้งแต่ที่พักอาศัย ร้านค้า ร้านอาหารไปจนถึงอาคารสาธารณะต่าง เช่น โรงแรม หอประชุม ฯลฯ หากเป็นภาษาไทยก็จะเรียกว่า “มัณฑนากร” “นักออกแบบภายใน” “นักตกแต่งภายใน” “สถาปนิกภายใน” แล้วแต่จะเรียกกันตามความรู้จักกัน ในปัจจุบันนี้อาชีพนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากกว่าสมัยก่อนที่ผู้เขียนเรียนจบ หลาย ๆคนเริ่มให้ความสนใจในการจะใช้บริการ interior มาออกแบบตกแต่งบ้าน เนื่องจากการได้มีโอกาสเห็นผลงานที่สวยงามและไอเดียต่างๆที่เข้าท่า ตามสื่อ online ต่างๆ แต่ก็ยังคลางแคลงใจกับข้อมูลที่ว่า “ค่าแบบหรือค่าออกแบบ interior นั้นแพงแสนแพงจริงหรือเปล่า? แล้วเมื่อจ่ายแพงแล้วท่านจะได้อะไรกลับมา?”

ด้วยความที่ผู้เขียนก็เป็น interior คนหนึ่งซึ่งก็ทำงานมาในวงการวิชาชีพนี้ได้ประมาณ 20ปีแล้ว(ซึ่งก็พอจะเห็นภาพรวมและให้ความเห็นอย่างไม่ลำเอียงได้) จึงขอแสดงความเห็นและอธิบายด้วยหลักการทำงานดังนี้ว่า ค่าแบบหรือค่าออกแบบที่ว่านั้นเป็นเสมือนค่าแรงการทำงาน เหมือนค่าจ้างของหมอ ทนายความ หรืออาชีพบริการที่เป็นวิชาชีพเฉพาะต่างๆ ไม่สามารถวัดกันได้เลยระหว่างค่าแบบของ interior แต่ละคน มันขึ้นอยู่กับวิธีหรือขั้นตอนการทำงานแต่ละคน

Interior บางท่านคิดค่าออกแบบถูก(สำหรับความรู้สึกผม) แต่ขั้นตอนการทำงานนั้นสั้นมาก เช่น แค่มีภาพทัศนียภาพจำลอง(3D perspective)กับแปลนก็ถือว่าจบแล้ว และช่างหรือผู้รับเหมาก่อสร้างทำงานได้ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าช่างหรือผู้รับเหมากับ interior คนนั้นคุ้นมือกันมาก ทำงานด้วยกันมานาน หรือเป็นทีมเดียวกันก็ได้ ถ้าอย่างนี้ก็ถือว่าใช้ได้ถ้างานจบไม่มีปัญหา ถือว่า win-win

Interior บางท่านค่าออกแบบถือว่า”โคตรแพง” (สำหรับผม) แต่เมื่อดูการทำงานของท่านไม่แปลกใจเลย เช่น มีทีมงานหลายคนช่วยกันทำงานงานจึงเสร็จเร็วมาก ทำงานอย่างละเอียด มีการศึกษาวิเคราะห์ทดลองด้วยตนเองก่อนถึงมือลูกค้า(ล้มแบบตัวเอง) บางท่านทำแบบให้เลือกมากมายหลายแบบ นอกจากภาพทัศนียภาพจำลอง(3D Perspective) ที่มีให้ดูเยอะมากแล้ว ยังทำแบบก่อสร้างอย่างละเอียด ทำรายละเอียดขยาย(detail)แบบเยอะมาก (คือช่างหรือผู้รับเหมาแทบไม่ต้องโทรถามเลย) งานจริงจึงมีความผิดพลาดน้อยมาก แทบไปดูหน้างานทุกสัปดาห์ อย่างนี้ก็อาจจะบอกว่าแพงแต่คุ้ม และสาเหตุที่เป็นอย่างนี้อาจเป็นเพราะ Interior ท่านนั้นอาจจะไม่ยึดติดกับทีมช่าง/ผู้รับเหมาก็สร้าง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ได้หมด เพราะทำแบบไว้อย่างละเอียดและมาตรฐานแล้ว

ดังนั้นถ้าหากจะสรุปว่าค่าแบบหรือค่าออกแบบInterior นั้นถูกหรือแพงด้วยการไม่ดูกระบวนวิธีการทำงานนั้นคงบอกไม่ได้ ท่านลูกค้าคงต้องเลือกตัดสินใจเอาเองว่า ด้วยงานของท่านแล้วท่านต้องการ Interior ทำงานในลักษณะใด โดยปรกติค่าออกแบบที่ยังไม่ทราบงบประมาณที่แน่นอน Interior มักคิดราคาค่าออกแบบจากปริมาณพื้นที่ที่ออกแบบ(บาทต่อตารางเมตร) และแบ่งเป็นขั้นตอนๆ เพื่อเป็นการเบิกงวดค่าออกแบบ (ส่วนงานที่กำหนดงบประมาณไว้ Interior ก็จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากงบประมาณ ซึ่งงบที่ตั้งไว้ก็ต้องมีความเป็นไปได้ด้วย)

บางท่านคิดว่าค่าออกแบบคิดเป็นตร.ม. ได้ยังไง ทำไมไม่คิดเป็นชิ้นตามปริมาณเนื้องาน จริงๆแล้วInterior ออกแบบจากพื้นที่เปล่า มีทั้งระบบสภาพแวดล้อมภายใน แสง สี เสียง อุณหภูมิ การเชื่อมต่อในแต่ละพื้นที่ การวางผังซึ่งเป็นการเหมารวม โดยผลงานที่ออกมาท่านอาจจะเห็นแค่เป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือตู้เฉยๆ แต่จริงๆมันมีมากกว่านั้น การคิดเป็นชิ้นตามปริมาณจะเป็นการคิดราคาลักษณะของการทำรับเหมาก่อสร้างมากกว่า (ค่าแรง+ค่าของ) ส่วนการคิดค่าออกแบบเป็นตร.ม. จะถูกหรือแพงท่านต้องพิจารณากระบวนการทำงานและความต้องการของท่านเอง โดยยกตัวอย่างของทาง Pilaster Studio Design จะคิดค่าแบบเป็นบาทต่อตร.ม. ดังนี้


ตัวอย่างตารางการคิดค่าออกแบบเป็นบาทต่อตารางเมตร


ตัวอย่างการนำพื้นที่มาคิดค่าออกแบบ คิดเฉพาะพื้นที่ที่ออกแบบภายใน

โดยจากตารางราคา เมื่อพื้นที่ยิ่งมาก อัตราการคิดราคาค่าออกแบบหรือค่าแบบของ Interior จะยิ่งลดลง เพราะสัดส่วนรายละเอียดในงานจะน้อยลง และหากพื้นที่น้อย (น้อยกว่า 70 ตร.ม.) จะคิดเป็นแบบเหมา เพื่อความเหมาะสมกับการทำงาน เช่น ท่านมีบ้านหลังหนึ่ง มีพื้นที่หลักๆ ที่ท่านคิดว่าจะทำการจ้าง Interior มาออกแบบประมาณ 150 ตร.ม. ก็สามารถบอกราคาประมาณค่าออกแบบรวมได้ ดังนี้

พื้นที่ออกแบบ(ตร.ม.) x อัตราค่าออกแบบ(บาท) = ค่าออกแบบรวม (ยังไม่ต่อรอง)

= 150 X 1,300 = 195,000 บาท

………….195,000 บาท แพงหรือถูก??? ค่าแบบ Interior สำหรับบ้านหนึ่งหลัง ตกแต่งภายในประมาณ 150 ตร.ม.

  • ลูกค้าบางท่านอาจจะบอกว่าแพงไป!! เพราะ พื้นที่ประมาณนี้เคยจ้าง Interior ค่าออกแบบประมาณ 30,000- 50,000 บาทก็มี(ฟรีก็มี55!)

  • ถูก!!! เพราะเคยเจอแพงกว่านี้อีก

จะว่าไปแล้ว ถูกหรือแพงก็ไม่ทราบ ต้องพิจารณาขั้นตอนการทำงาน หากว่าขั้นตอนการทำงานประมาณนี้แล้วเทียบกันดูก็จะรู้ว่าถูกหรือแพง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ท่านจะได้จากกระบวนการทำงานมาตรฐานของ Interior ดังนี้ครับ


ตัวอย่างขั้นตอนการทำงานและการเบิกค่าออกแบบ Interior

หมายเหตุ

  • กระบวนการ/ขั้นตอนการทำงานและเบิกงวดงาน ของ Interior Designer (เฉพาะออกแบบอย่างเดียว ไม่นับระบบ Turn Key)

  • ขั้นตอนของInterior แต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับวางแผน ปริมาณงานและปริมาณเงินค่าออกแบบ แต่หลักๆจะมีกระบวนการคล้ายกันเพื่อให้ที่จะออกแบบงานให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมาย คือ ก่อสร้างแล้วเสร็จ

งวดที่ 1 เซ็นสัญญา สำรวจสภาพเดิม เก็บข้อมูลเบื้องต้น (เบิก 10% เมื่อทำสัญญา)

  • ค่าออกแบบงวดนี้ จากตัวอย่างราคาที่กล่าวมา 195,000 x 10% = 19,500บาท

  • งวดนี้เป็นงวดแรก เมื่อตกลงราคาค่าออกแบบกันได้แล้ว จ่ายเมื่อทำสัญญาแล้ว

  • เป็นค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นงาน เข้าวัดพื้นที่ สำรวจสภาพเดิมของอาคาร และเป็นการรวบรวม ข้อมูลต่างๆ เพื่อสร้างแนวความคิดในการออกแบบต่อไป

งวดที่2 ขั้นตอนนำเสนอแนวคิดในการออกแบบ(เบิก20%)

  • ค่าออกแบบงวดนี้ จากตัวอย่างราคาที่กล่าวมา 195,000 x 20% = 39,000 บาท

  • ขั้นตอนนี้เมื่อ Interiorจัดการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น แล้วนำเสนอออกมาเป็น

  • แนวความคิดในการออกแบบ (Concept Design)/ Mood & Tone/ Reference/ Case Study

  • ผังแปลนเบื้องต้น (บางท่านอาจมีภาพทัศนียภาพจำลอง(3D Perspective)แล้ว บางท่านอาจจะยังไม่ทำ เพราะถ้าแปลนที่นำเสนอลูกค้ายังok. แก้แปลนแล้วก็ต้องแก้ภาพ 3D อีก)

  • ขั้นตอนนี้เพื่อให้ลูกค้าทราบรายละเอียดการใช้สอย การสัญจร บรรยากาศ สีสันเบื้องต้น หากยังไม่ลงตัวต้องปรับแก้)

งวดที่3 ขั้นตอนนำเสนองานออกแบบ (เบิก 30%)

  • ค่าออกแบบงวดนี้ จากตัวอย่างราคาที่กล่าวมา 195,000 x 30% = 58,500 บาท

  • ขั้นตอนนี้ปรับแก้งานจากงวดที่2 พร้อมทั้งนำเสนองานออกแบบทั้งหมด

  • ผังแปลนแก้ไข(หากมี)

  • ภาพทัศนียภาพจำลอง (3D Perspective)/ รูปด้าน(Elevation) หรืออะไรก็ได้ที่จำลองให้ลูกค้าเห็นภาพการออกแบบทั้งหมด

  • หากลูกค้ายังไม่ ok. ก็ปรับแก้ตามเหตุผลที่คุยกัน

งวดที่ 4 ขั้นตอนทำเอกสารแบบก่อสร้าง(Interior Construction Drawing) หรือแบบเพื่อประมาณราคา

  • ค่าออกแบบงวดนี้ จากตัวอย่างราคาที่กล่าวมา 195,000 x 30% = 58,500 บาท

  • ขั้นตอนนี้คือเมื่อลูกค้ายอมรับการนำเสนอในงวดที่ 3 แล้ว ก็นำรายละเอียดทั้งหมดมาจัดทำเป็นแบบก่อสร้าง ที่มีระบุวัสดุ ขนาด วิธีการทำทั้งหมด เพื่อนำไปประมาณราคา หรือนำไปก่อสร้างได้เลย

  • Interior บางท่านอาจจะแบ่งงวดหรือขั้นตอนนี้ย่อยไปอีก เช่น ทำแบบก่อสร้างที่ยังพอประมาณราคาได้แต่ยังไม่ลงลึกรายละเอียดปลีกย่อย เผื่อว่าเมื่อประมาณราคาค่าก่อสร้างมาแล้วสูงไปเกินงบประมาณที่เจ้าของตั้งไว้ ก็ทำการปรับแบบปรับลดเพื่อให้ราคาลดลงอยู่ในงบประมาณ แล้วต่อยทำแบบก่อสร้างละเอียดอีกครั้ง

งวดที่ 5 ขั้นตอนดูงานก่อสร้าง (Site Visiting)

  • ค่าออกแบบงวดนี้ จากตัวอย่างราคาที่กล่าวมา 195,000 x 10% = 19,500บาท

  • ค่าแบบงวดนี้จะเป็นงวดสุดท้ายจ่ายเมื่องานก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว

  • งวดนี้ Interior จะแบ่งไว้น้อยที่สุด (บอกตรงๆ) เพื่อเป็นการป้องกันการเบี้ยว Ha Ha Ha!!

  • ขั้นตอนนี้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางไปดูงานก่อสร้าง และตรวจสอบหน้างาน และให้คำปรึกษาในการแก้ไขอย่างสร้างสรรค์ในกรณีที่หน้างานมีปัญหา

  • Interior ในที่นี้คือ ผู้ออกแบบไม่ใช่ผู้ควบคุมงาน (ถ้าจะให้คุมงานด้วยต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแยกออกมา) คือไปดูงานเป็นระยะ เช่น ระบุไว้ว่าไปดูงานเดือนละสองครั้ง หรือทุกสัปดาห์แล้วแต่ตกลงกัน ไม่ได้ไปทุกวัน

  • หากการก่อสร้างมีความล่าช้าไม่ว่าด้วยสาเหตุใด แล้วทำให้ระยะการดูงานยืดไป Interior สามารถขอเบิกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ (ไม่งั้นแย่แน่ๆถ้างาน late ไปเยอะ)


ภาพแสดงลำดับขั้นตอนการทำงานออกแบบของ Interior และเบิกงวดค่าแบบ


จากการแบ่งขั้นตอนการทำงาน การเบิกงวดค่าออกแบบดังกล่าวจะเห็นว่าค่าออกแบบทั้งหมด ถูกแบ่งจ่ายเป็นงวดๆตามขั้นตอนการทำงาน เพื่อทำให้งานออกแบบพัฒนาไปอย่างเป็นระบบ มีความเห็นชอบจากเจ้าของงานทุกครั้งก่อนเบิกค่าออกแบบ การทำงานลักษณะนี้จะทำให้งานมีปัญหาน้อยเพราะรับรู้ด้วยกันทุกฝ่าย หากกระบวนการออกแบบไม่เคลียร์พออาจจะมีปัญหาได้ เช่น

  • เบิกไป50%แล้วยังไม่เห็นภาพ3Dเลย งวดเหลืออีกไม่เยอะ จะโดนเทหรือเปล่า หรือ

  • อธิบายปากเปล่า(มีภาพประกอบหน่อยแต่ไม่ใช่ของโครงการ) แล้วคิดว่าเข้าใจตรงกัน พอสร้างจริงไม่เหมือนที่คิดไว้

  • ดูภาพ 3D ก็สวยดี ปังเลย! แต่พอสร้างจริงไม่สวย (อันนี้เพราะขั้นตอนทำแบบก่อสร้างละเอียดหายไป)

การแบ่งงวดและขั้นตอนการทำงานของInterior แต่ละคนอาจจะไม่เหมือนที่กล่าวมาซะทีเดียว ขึ้นอยู่กับปริมาณงาน งบประมาณ หรือลักษณะงานด้วย แต่ส่วนใหญ่กระบวนการจะคล้ายๆกัน ให้ถือเจตนาเป็นสำคัญ บางท่านงานไม่ใหญ่มาก อาจแบ่งแค่ 2-3 งวด หรือบางงานขนาดใหญ่มาก ก็อาจจะแบ่งได้ถึง 6-7 งวดเลยก็มี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทางเจ้าของงานจะพิจารณาด้วย


สรุป

การที่ท่านจะพิจารณาว่าการจ้าง Interior แล้ว นั้นค่าออกแบบจะถูกหรือแพงนั้นพิจารณาจากจำนวนยอดเงินค่าแบบคงไม่ได้ ท่านต้องพิจารณาว่าท่านต้องการลักษณะงานแบบไหนและแค่ไหน จากตัวอย่างการแบ่งขั้นตอนการทำงานและการเบิกงวดค่าออกแบบข้างต้น Interior บางเจ้าอาจจะคิดอยู่แค่ 40,000-50,000 บาทก็มี แต่มีขั้นตอนการทำงานจบอยู่ที่งวด3(ไม่มีแบบก่อสร้าง) หรือบางท่านอาจจะไม่คิดราคาค่าดูงาน ( Site Visiting) ค่าแบบเลยไม่ถึง 195,000 บาท(ขายแบบอย่างเดียว) ซึ่งก็ไม่มีผิดไม่มีถูก ขึ่นอยู่กับว่าท่านเชื่อมั่นในตัว interior เจ้านั้นเพียงใดหรือเคยเห็นผลงาน (จริง)แค่ไหน โดยความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนนั้นคิดว่าหากท่านมีกำลังเพียงพอท่านควรเลือก Interior ที่ทำครบทั้งกระบวนการ เพราะถึงแม้จะไม่เห็นผลงานเค้า แต่ด้วยกระบวนการทำงานแล้วมันเป็นระบบอัตโนมัติที่ทำให้ความผิดพลาดของงานน้อยลงมาก(ถึงผิดก็ไม่เยอะและแก้ไขได้โดยไม่บอบช้ำ) ได้งานที่สมบูรณ์ แบบที่ได้ก็เห็นผ่านตาทุกขั้นตอน ในตอนแรกท่านอาจคิดว่าเงิน 195,000บาทกับการออกแบบบ้าน 150 ตร.ม. (จากตัวอย่าง)นั้นแพง แต่เมื่อผ่านไปจนเสร็จสิ้นแล้ว ท่านจะรู้สึกว่ามันคุ้มมากจริงๆ กับสิ่งที่เราต้องลงทัน เก็บหอมรอมริบ และใช้ชีวิตอยู่กับมันเป็นสิบๆปี หรือตลอดชีวิตเลยทีเดียว


ขอบคุณครับ

ปิติ เพชรดำ

Design Director

Pilaster Studio Design

 

แบบฟอร์มสมัครรับข่าวสาร

(+66)090 973 5863

line: pilasterstudio

  • Google Places
  • Facebook
  • Instagram

©2020 by Pilaster Studio Design.