• gpetdum

ไม้ประดับกับงานออกแบบตกแต่งภายใน


ไม้ประดับกับงานออกแบบตกแต่งภายใน
"จากต้นโมก-บอนไซ-ไทรเกาหลี-จนมาถึงไม้ด่าง ไม้ประดับกับงานออกแบบและตกแต่งภายใน…ว่าจะเขียนเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ทำซักที อันนี้ก็ยังไม่ใช่นะครับ เนื่องจากผู้เขียนเองคิดว่าคงต้องหาข้อมูล แตกประเด็น และวิเคราะห์ให้มากกว่านี้ก่อน เพื่อที่ผู้อ่านจะได้ข้อมูลที่แน่นและเหมาะสมในการไปปรับใช้ อันเนื่องจากกระแสนิยมที่ล้นหลามอย่างบ้าคลั่งของไม้ประดับ(ไม้ด่างก็ด้วย) ที่นิยมนำมาไว้ในบ้านหรือภายในอาคารในขณะนี้ ถือว่าเป็นการพูดคุยกันคร่าวๆ ก่อนที่บทความจริงๆจะพร้อมละกันนะครับ"

ไม้ประดับนิยมมาใช้ในงานออกแบบตกแต่งภายในมานานมากแล้วครับ นานจนย้อนไปไม่ไหวเลยละ เพราะความสวยงาม ความเป็นธรรมชาติ ที่มนุษย์เมื่อเข้ามาอยู่ในอาคารหรือสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นมาเองนั้นก็ขาดไม่ได้ที่จะดึงธรรมชาติที่แท้จริงเข้ามาตามสัณชาตญานของเรา หากมีโอกาสไปหาหนังสือเกี่ยวกับงานออกแบบภายในยุคก่อนๆเก่าๆก็จะเห็นว่าไม้ประดับหรือไม้ใบที่มีลักษณะใบโดดเด่นนี้มีอยู่ในงานออกแบบตกแต่งภายในมานาน แม้กระทั่งผู้เขียนเองย้อนเวลาไปประมาณ20ปีที่แล้วขณะยังเรียนในสาขาสถาปัตยกรรมภายในยังต้องเรียนวิชาไม้ประดับถึง 2 ตัว(2วิชา-2เทอม) ยังจำได้ดีว่าจะต้องมานั่งวาดและระบายสีต้นไม้แบบต่างๆ ส่งอาจารย์เพื่อให้จดจำรูปทรง ลักษณะ ของใบไม้ต่างๆให้ได้ แต่ต่อมาอีกซักพักวิชานี้ก็ไม่มีเพราะเกิดการปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้ทันยุคทันสมัย(ในขณะนั้น)…...ไม่มีอีกแล้ววิชาไม้ประดับ..มันสะท้อนอะไรบ้างอย่าง..สันนิษฐานดังนี้


ก่อนหน้านั้นไม้ประดับเป็นที่นิยมมากในงานออกแบบภายใน โดยเฉพาะในช่วงที่สไตล์การออกแบบแบบหลุยส์-คลาสสิค-modern classic เป็นที่นิยม (ก็คือยุคของพ่อผู้เขียน) เพราะว่ารูปแบบรูปทรงในตอนนั้นมันต้องการความอ่อนหวาน ชดช้อย ใส่ไปก็ไม่เคอะเขิน และไม่ใช่แค่ใส่กระถางเดียว.เต็มห้องเลยครับเพียงแค่ว่าต้นไม้ที่อยู่ในงานอาจจะไม่ใช่ที่นิยมในตอนนี้….ผ่านมาอีกซักหน่อยความนิยมนี้ก็ลดน้อยลง หันมานิยมพวกไม้ที่รูปทรงสง่า เป็นเส้นตรง ใบเล็กละเอียด (ต้นโมกหรือพวกพวกที่มีแต่กิ่งดู Modern)หรือในบางครั้งไม่นิยมใส่ไปเลยในงาน อาจจะเป็นเพราะกระแส Modern/มิลลิเนียม/Hi-tect หรือความรู้ที่ว่าพืชจะคายก็าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาตอนกลางคืนด้วย ในตอนผู้เขียนเรียนปี 5 (ขณะทำวิทยานิพนธ์) มีเพื่อนหรือใครใส่ต้นไม้ลงไปในงานออกแบบ หรือภาพperspective (โดยเฉพาะพลูด่าง) นี้โดนล้อแน่นอน..เพราะมันโคตรเชย! (ในตอนนั้น)


ปัจจุบัน..เค้ากลับมาแล้วครับ โดยเฉพาะไม้ประดับประเภทใบสวยงาม โดยเฉพาะใบด่างที่ราคาเหยีบแสน (แพงกว่าค่าแบบซะอีก) ผู้เขีนสมมติฐานหรือมโนเอาว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากหลายกระแส เช่น คนทำงานที่บ้านมากขึ้น (Work from Home) ก็เลยหันมาสนใจมากขึ้น, ความถวิลหาของเก่า(Vintage), กระแส Hipster, การกลับมามองภูมิปัญญาหรือความงามพื้นถิ่น(Vernacular Design) อันนี้ก็พวกบอนสีต่างๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องการออกแบบแล้วละก็ เพราะรูปแบบการออกแบบหรือ trend นิยมนั้นเปลี่ยนไปอีกแล้ว เราหันมานิยมความน้อย (Minimalism) ความมูจิหรือ สแกนดิเนเวีย มันพอดีกับไม้ประดับพวกนี้อีกครั้งเพราะรูปทรงเส้นสาย สีสันมันตัดกันดีเหลือเกิน(Contrast) และที่สำคัญต้องใส่ไปน้อยๆ กระถางเดียวพอ มันทำให้เกิดความพอดีในงานออกแบบภายใน spaceหลัก (คือห้อง) ที่น้อยๆ เรียบง่าย ขาวๆคลีนๆ ตัดกับองค์ประกอบเล็กๆ ชดช้อย แปลกตา มันเข้ากันพอดี.. ต้นไม้พวกนี้มักจะเป็นประเภทวงศ์บอน(Araceae) เช่น อโลคาเชีย(Alocasia), โคโลคาเซีย (Colocasia), อโกลนีมา(Aglaonema), ซินโกเนียม (Syngonium) ไม่เว้นแม้แต่บอนสีบ้านๆ( Caladium) เพราะไม้ประดับพวกนี้อยู่ในร่มง่าย อึดทน ไว้ค่อยมาสาธาธยายกันอีกที จะเห็นว่าอะไรที่มันดียังไงมันก็มาครับ ผลดีผลเสียผู้เขียนยังไม่อยากบรรยายในตอนนี้ เพราะยังไม่รู้จริงพอ รู้แค่ว่าตอนนี้มันทำให้บรรยากาศในบ้านดีขึ้นมากเลย


......นี่แค่เกริ่นนะครับ ยังเขียนได้ยาวขนาดนี้เอาเป็นว่า เมื่อได้ข้อมูล วิเคราะห์-สังเคราะห์ได้ดีพอแล้ว จะมาเขียนบรรยายกันอีกที แต่ก็คงเป็นในลักษณะของการออกแบบภายใน (Design) ในเรื่องของการจัดวาง และหลักการการออกแบบเพื่อให้สอดคล้องกับงานออกแบบภายในมากกว่านะครับ คงไม่ใช่ในเรื่องของพืชศาสตร์ ใครมีข้อเสนอแนะใดๆเกี่ยวกับไม้ประดับ หรือข้อมูลอื่นๆ ยินดีรับฟังในการติชมนะครับ..แล้วพบกันครับ....


ขอบคุณและสวัสดี


ดู 46 ครั้ง0 ความคิดเห็น